ขนลุกซู่!แม่รับรู้’อิน’มาหา ลั่นอยากบวชชีส่งลูกขึ้นสวรรค์

ขนลุก!แม่รับรู้ “น้องอิน”มาหาถึงบ้าน เปรยถ้ามีโอกาสอยากบวชชี ลั่นมีลูกคนเดียวเผาแล้วไม่เก็บอัฐิ นำไปลอยอังคารที่สัตหีบทั้งหมด จากกรณีวงการบันเทิงสูญเสีย น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 20 ปี หรือ “น้องอิน” ดารานักแสดงไปด้วยอุบัติเหตุรถหรูพุ่งชนต้นไม้ บนถนนทางหลวงหมายเลข 9 บริเวณเชิงสะพานข้ามทางรถไฟ หลักกิโลเมตรที่ 79 มุ่งหน้าสระบุรี ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 8 เม.ย. หลังพิธีสวดพระอภิธรรมน้องอินในคืนแรกเสร็จสิ้น นางลัดดา เชิดชูบุพการี แม่อดีตดาราสาวผู้ล่วงลับ ได้เปิดใจด้วยสีหน้าเศร้าโศกเสียใจว่า แม่บอกน้องไปว่าไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ขอให้น้องไปสู่สวรรค์ ขอให้มีความสุขมาก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมันกะทันหันมาก ยังไม่ได้ฝันถึงเขา แต่ช่วงเปิดประตูเข้าบ้านรู้สึกขนลุกซู่ เป็นอยู่นานมาก เข้าไปในบ้านก็ยังรู้สึกได้ว่าไม่ปกติ เชื่อว่าน้องมารอแม่ที่บ้านแล้ว พอดีเพื่อนของหลานไปถามพระอาจารย์ พระอาจารย์ได้คุยกับน้อง แม่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เขาบอกว่าน้องมารอแม่อยู่ที่บ้าน แต่วันนั้นแม่ไปที่โรงพักเพื่อดำเนินเรื่อง และไปยังจุดเกิดเหตุ รวมทั้งที่โรงพยาบาล เพื่อไปดูน้อง เหมือนเราสวนทางกัน พอแม่กลับบ้านไป ญาติที่อยู่บ้านติดกัน มีเด็กวิ่งไปที่ประตูแล้วพูดว่า “อาอินมา ๆ” หลังจากได้ยินแม่รู้สึกว่าน้องต้องมาหาแม่จริงๆ พอมาถึงบ้านตัวเองก็บอกว่า “น้องอิน…แม่มาแล้วนะ เข้ามาบ้านเราเลย” เหมือนเรียกลูกเข้าบ้าน พอพูดเสร็จเราเปิดเข้าไปก็ขนลุกเลย

แม่น้องอิน เผยอีกว่า คืนนั้นอากาศเย็น แม่คิดว่าน้องอินอยู่กับแม่ตลอด เขาบอกพระอาจารย์เหมือนกันว่าเขาห่วงแม่ แม่อยากให้น้องไปสบาย ไม่ต้องห่วงแม่แล้ว อยากให้น้องขึ้นสวรรค์ เพราะชาตินี้น้องอายุน้อย เจอกันชาติหน้าขอให้เขาเกิดเป็นลูกแม่อีก ให้อยู่กันนาน ๆ จากนี้แม่ก็จะหมั่นทำบุญให้ ถ้ามีโอกาสก็อยากบวชชีพราหมณ์ จะลองดูเพราะไม่เคยบวช แม่ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต มันคงเป็นอุบัติเหตุ เพราะน้องอินไม่เคยมีศัตรู ไม่เคยปองร้ายใคร ตั้งแต่มีเรื่องมาแม่ไม่เคยเปิดทีวีดู ไม่รับรู้เรื่องภายนอก ไม่รู้ว่ามีกระแสหรือคอมเม้นต์อะไรบ้าง เราเสียใจอยู่ ไม่อยากรับรู้อะไร หลังจากนี้จะเอาอัฐิของน้องไปลอยอังคารที่สัตหีบ ไม่เก็บไว้ที่บ้าน เนื่องจากแม่มีลูกคนเดียว แม่อยู่คนเดียว ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเก็บก็ลอยทั้งหมด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews