ม่อนหินกอง

กองหินประหลาดอันน่าพิศวงเหล่านี้คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ และได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อีกแห่งหนึ่งมาประดับเมืองแพร่ที่ไม่เพียงเต็มไปด้วยความคลาสสิกแห่งอดีตเท่านั้น หากยังน่าหลงใหลด้วย มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ กล่าวกันว่าม่อนหินกองแห่งนี้น่าจะเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ

เมื่อประมาณ 5-6 ล้านปี มาแล้วในบริเวณนี้ เมื่อลาวาของหินบะซอลต์ไหลออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟปกคลุมพื้นผิวบริเวณนี้ เกิดการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนของหินบะซอลต์ที่อยู่ตอนบนเกิดแรงดึงทุกทิศทุกทางจากการหดตัวในขณะที่เย็นตัวลงทำให้เกิดรอยแตกรอยแยกที่ตั้งฉากกับพื้นผิว จึงได้ลักษณะหินแตกเป็นหลายเหลี่ยมคล้ายเสาตั้งตรงหรือล้มระเนระนาดบ้างอยู่ในบริเวณนี้นั่นเอง ปัจจุบันบริเวณม่อนหินกองเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ และมีรอยขุด เป็นหลุมเป็นบ่อ โดยหลุมบ่อเหล่าอาจเกิดจากการขุดหาลายแทงสมบัติของของนายเสริญ และนายน้อย ตามตำนานในอดีตที่เล่าขานกันมาจนถึงทุกวันนี้อีกทั้งชาวบ้านละแวกนั้นเองก็ให้ความเคารพนับถือม่อนหินกอง ประหนึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงได้มีการตั้งชื่อพื้นที่บริเวณต่างๆ ไว้ ได้แก่ ม่อนเจ้าอาจญาตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่“เจ้าอาจญา” ผีที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผีที่ชาวบ้านนับถือ ที่นี่มีลักษณะเป็นกลุ่มแท่งเสาหินสูงประมาณครึ่งช่วงตัวตั้งเรียงรายทำมุมประมาณ 45 องศา ม่อนเจ้าคำคือซึ่งเป็นเสาหินก้อนหินจำนวนมาก มีทั้งตั้งตรง ล้มเอียง ตั้งเป็นกลุ่มกระจุก และกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชื่อนี้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าคำคือ ผีอีกตนหนึ่งที่ชาวบ้านนับถือ ม่อนสะเดาะเคราะห์เป็นก้อนหินเรียงตัวเป็นทางเดิน และมีแอ่งคล้ายบ่อน้ำที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อเงินบ่อทอง ในบ่อมีบาตรวางอยู่โดยให้ผู้สนใจโยนเหรียญลงในบาตรเพื่อสะเดาะเคราะห์ ม่อนเสาหินพิศวง ม่อนไฮไลท์ของที่นี่ที่มีลักษณะเป็นแท่งหินสูงประมาณ 3 เมตรเรียงตัวติดกันเป็นคูหาห้อง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์จึงมีผู้คนมาเคารพสักการะม่อนแห่งนี้เสมอ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand